ประวัติของอัญมณี

พิเศษ

เรื่องน่ารู้ของ “อัญมณี”

อัญมณี คือ มวลของแข็งที่ประกอบไปด้วยแร่ชนิดเดียวกัน หรือหลายชนิดรวมตัวกันอยู่ตามธรรมชาติ มนุษย์มักนิยมตกแต่งเครื่องประดับและสิ่งของของตนด้วยวัสดุที่เป็นประกาย

      มนุษย์ มักนิยมตกแต่งเครื่องประดับและสิ่งของของตนด้วยวัสดุที่เป็นประกาย และมีสีสันสดใส เพื่อดึงดูดความสนใจด้วยโลหะวาววับ รวมทั้งแร่อีกหลายชนิด

อัญมณี คือ มวลของแข็งที่ประกอบไปด้วยแร่ชนิดเดียวกัน หรือหลายชนิดรวมตัวกันอยู่ตามธรรมชาติ เนื่องจากองค์ประกอบของเปลือกโลกส่วนใหญ่เป็นสารประกอบซิลิกอนไดออกไซด์ ดังนั้นเปลือกโลกส่วนใหญ่มักเป็นแร่ตระกูลซิลิเกต (silicon) นอกจากนั้นยังมีแร่ตระกูลคาร์บอเนต เนื่องจากบรรยากาศโลกในอดีตส่วนใหญ่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำฝนได้ละลายคาร์บอนไดออกไซด์บนบรรยากาศลงมาสะสมบนพื้นดินและมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตอาศัยคาร์บอนสร้างธาตุอาหารและร่างกาย แพลงตอนบางชนิดอาศัยซิลิกาสร้างเปลือก เมื่อตายลงทับถมกันเป็นตะกอน หินส่วนใหญ่บนเปลือกโลกจึงประกอบด้วยแร่ต่างๆ

เมื่อแร่ตกผลึกจะมีรูปร่างต่างๆ กันและมักจะมีเหลี่ยมมุมที่แหลมคม ทำให้ผลึกมีลักษณะแวววาวเมื่อขยับเขยื้อนไปมา ทั้งนี้เป็นเพราะแสงสะท้อนจากเหลี่ยมมุมต่างๆ แร่บางชนิดก็โปร่งใส ดังนั้น เมื่อแสงผ่านเข้าไปในเนื้อแร่จะทำให้แสงเกิดการหักเห และทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ทำให้ผลึกแลดูสวยงาม

แร่ (หมายถึง ธาตุหรือสารประกอบอนินทรีย์ที่มีเนื้อเดียวเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในรูปของ ผลึกมีองค์ประกอบทางเคมีหรือโครงสร้างแน่นอน แร่ส่วนใหญ่เกิดรวมตัวอยู่กับหิน จึงเรียกว่า แร่ ประกอบหิน) อัญมณีที่สวยงามหลายชนิด เมื่อนำมาเจียระไนแล้วขัดให้มันก็จะมีความสวยงามนำไปใช้เป็นเครื่องประดับ ได้ แซปไฟร์ มรกต (มรกต เป็นแร่รัตนชาติหรืออัญมณี ที่มีสีเขียว โดยเกิดจากการผสมกันระหว่างโครเมี่ยมกับแบเริล เป็นแร่เบริลที่มีสีเขียว) ทับทิม บุษราคัม และพลอยสีดอกตะแบก เป็นอัญมณีที่รู้จักกันมานานนับพันปี

 แซปไฟร์ เป็นแร่คอรันดัมที่มีสีต่างๆ กันที่ไม่ใช่สีแดง มีได้ทั้งสีน้ำเงิน เหลือง ส้มม่วงหรือเขียวสีน้ำเงิน (Blue Sapphire) เรียกว่า ไพลิน สีเหลือง (Yellow Sapphire) เรียกว่าบุษราคัม หรือพลอยน้ำบุษร์ ถ้ามีสีเขียวปนเรียกบุษร์น้ำแดง มีสีเหลืองทองเรียก บุษร์น้ำทอง สีเขียว (Green Sapphire) เรียกว่า เขียวส่อง(น้ำหน้ามีสีน้ำเงินและน้ำข้างมีสีเขียว) เขียวมรกต (เขียวสดสีขวดน้ำอัดลมชนิดหนึ่ง) เขียวบุษร์ (เขียวอมเหลือง) สาแหรก (มีรูปดาว 4-6 แฉก) สำหรับไพลิน สีที่ถือกันว่าสวยที่สุด คือ สีน้ำเงินเข้มสดมีสีม่วงปนเล็กน้อย ซึ่งเป็นสีของไพลินคุณภาพสูงจากแคชเมียร์ในอินเดีย

  ทับทิม เป็นอัญมณีที่มีค่าและราคาแพงมากที่สุดในบรรดาแร่คอรันดัมทั้งหมด สีแดงที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดคือ สีแดงเข้มบริสุทธิ์ มีสีน้ำเงินปนเล็กน้อย หรือที่เรียกว่า สีเลือดนกพิราบ ซึ่งเป็นสีของทับทิมคุณภาพสูงที่มีในประเทศพม่า และทั่วโลกยอมรับกันว่าสวยที่สุด

ความแตกต่างระหว่างแร่อัญมณีและแร่กึ่งอัญมณีอยู่ที่ความแข็งแรง อัญมณีมีความแข็งแกร่งไม่แตกหักง่าย และทนทานต่อกระบวนการผุสลายตัว ซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นกับหินทุกชนิด และสึกกร่อนในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปในช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ส่วนแร่อัญมณีจะยังคงสภาพอยู่ได้ แต่ในที่สุดก็จะค่อยๆ ถูกชะล้างไหลลงสู่แม่น้ำลำธารและไปรวมตัวกันอยู่ในบริเวณลานแร่

การค้นหาอัญมณี มีอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก และมีเฉพาะบางพื้นที่ของพื้นโลกเท่านั้น เช่น ทับทิมมีมากในประเทศพม่า ศรีลังกาและไทย ส่วนมรกตจะพบมากในแถบทวีบอเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ และในสหภาพโซเวียต ดังนั้นปัญหาจึงอยู่ที่การค้นหาแหล่งอัญมณีในขั้นแรก เมื่อพบแหล่งแร่อัญมณีอันมีค่าแล้ว ก็จะทำเหมืองแร่ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ส่วนประกอบของอัญมณี อัญมณี คือ ผลึกของวัตถุธรรมดาทั่วไป มีสีต่างๆ ซึ่งเกิดจากมวลของสารอื่นๆ ที่มีอยู่ในปริมาณที่น้อยมากมาผสมกับสารเคมีดั้งเดิมของผลึกนั้นๆ อัญมณีที่รู้จักกันทั่วไปหลายชนิดเป็นสารจำพวกอลูมิเนียมออกไซด์ ซึ่งเป็นผงสีขาวและมีจุดหลอมเหลวสูงมาก ถ้าอลูมิเนียมออกไซด์เย็นตัวลงอย่างช้าๆ จะเกิดเป็นผลึกแซปไฟร์และทับทิมขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงสวยงามมาด แซปไฟร์มีส่วนประกอบของเหล็กและไทเทเนียมในปริมาณเพียงเล็กน้อย ทำให้มีสีน้ำเงินสด ส่วนทับทิมนั้นจะมีสีแดง เพราะมีโครเมียม (Chromium) เป็นส่วนประกอบ ส่วนอลูมิเนียมออกไซด์ซึ่งเป็นผลึกที่ไร้สี ไม่ค่อยจะมีค่าสูงนัก เพราะมีอยู่โดยทั่วไป จึงนิยมนำไปทำกระดาษกากกระรุนหรือหรือกระดาษเอเมอรี (เอเมอรี คือ รูปแบบหนึ่งของแร่คอรันดัม ซึ่งมีทั้งชนิดไม่มีสี และชนิดมีสีเข้ม แร่คอรันดัมที่มีสี เช่น ทับทิม และแซปไฟร์) ซึ่งคล้ายกระดาษทรายใช้สำหรับขัดผิวโลหะ หรือขัดให้สนิมออก

แร่ คอลันดัม คือ (Corundum) (Al2O3) เป็นแร่รัตนชาติ ประเภทอะลูมิเนียมออกไซด์ ซึ่งประกอบขึ้นด้วย ธาตุอะลูมิเนียมและออกซิเจน

ส่วนพลอย มีค่าความแข็งน้อยกว่าอัญมณี คือ ควอตซ์หรือแร่เขี้ยวหนุมาน ซิลิคอนไดออกไซด์ แร่กลุ่มกึ่งอัญมณีหรือพลอย ได้แก่ แอเมทิสต์หรือพลอยสีดอกตะแบก ตาเสือหรือคดไม้สัก อะเกตหรือโมรา และมูนสโตนหรือมุกดา แม้แต่เหล็กหรือ กำมะถันก็เป็นสารประกอบทำให้เกิดรูปผลึกสีสวยงามได้ รูปผลึกแบบหนึ่งของเหล็กซัลไฟด์เรียกว่า แร่ไพไรต์ ซึ่งเป็นสินแร่ของแร่เหล็ก มีลักษณะสีและความมันวาวเหมือนทองมาก ผลึกอีกรูปแบบหนึ่งของเหล็กซัลไฟด์ซึ่งมีคุณสมบัติทางเคมีเหมือนกันก็คือ แร่มาร์คาไซต์

มนุษย์ได้นำอัญมณีมาเป็นเครื่องประดับเสมอมาหรือบางทีก็ใช้แทนเงินตรา อัญมณีที่มีคุณค่าต่ำมักนำไปใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบการเจาะ ตัด และขัด และได้มีการสังเคราะห์เพชรและทับทิมขนาดเล็กขึ้นในห้องทดลอง ถึงแม้จะมีคุณภาพไม่ดีนักแต่ก็มีความแข็งมากซึ่งเราเรียกว่า พลอยอุตสาหกรรม (ไม่จัดอยู่ในประเภทอัญมณี)

ที่น่าสนใจก็คือ การใช้อัญมณีผลิตแสงเลเซอร์ คำว่า เลเซอร์ (laser) ย่อมาจาก Light Amplification by stimulated Emission of Radiation โดยการนำทับทิมไปใช้ผลิตลำแสงที่มีความเข้มสูงในอัตราเดียวกันกับความยาว คลื่น ลำแสงชนิดนี้สามารถพุ่งตรงไปยังจุดใดจุดหนึ่งได้อย่างแม่นยำ เพราะการกระจายของลำแสงมีน้อยมาก ได้มีการนำลำแสงเลเซอร์พลังงานสูงชนิดนี้ไปใช้ตัดหลอมและทำการผ่าตัด เพราะมีความยาวของช่วงคลื่นที่แน่นอน ที่สามารถวัดระยะต่างๆ ได้ด้วยความแม่นยำยิ่งกว่าวิธีวัดใดๆ ทั้งสิ้น

เดือนธันวาคม

เดือนธันวาคม  มีอัญมณีประจำเดือน  2 ชนิด  คือ  เทอร์คอยหรือพลอยสีขี้นกการเวกและเพทายหรือเซอร์คอน (zircon)          เทอร์คอย (turquoise) หรือพลอยสีขี้นกการเวก  เป็นหินแห่งความโชคดี ทั้งเรื่องของความรักและการเงิน  เทอร์คอยมีสีท้องฟ้า เขียวน้ำเงิน และเขียวแอปเปิลหรือเขียวแบบเทือกเขา  ในเปอร์เชียมีความเชื่อว่า ผู้ที่สวมใส่เทอร์คอยจะมีโชคดีที่นำไปสู่ความสำเร็จด้านการค้าขาย  ชาวอินเดียนแดงเชื่อว่าเทอร์คอยจะช่วยทำให้มีสัตว์มากมายมาให้ล่าและนำความสุขความโชคดีมาสู่ผู้สวมใส่  อินเดียแดงเผ่าอะปาเชเชื่อว่าถ้านำเทอร์คอยผูกติดตัวไว้กับอาวุธจะทำให้ลูกกระสุนหรือลูกธนูถูกเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

เดือนพฤศจิกายน

เดือนพฤศจิกายน  มีโทแพซหรือซิทรินเป็นอัญมณีประจำเดือน  โทแพซ (topaz) เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ โทแพซมีสีเหลือง สีฟ้า หรือสีฟ้าอมเขียว สีเขียว สีฟ้าเข้ม สีฟ้าอ่อน สีน้ำเงิน สีน้ำตาล ส่วนสีแดงอมม่วงหรือสีชมพูค่อนข้างหายาก  คนสมัยก่อนเชื่อว่าโทแพซมีพลังอำนาจทำให้สติปัญญาดี มีความกล้าหาญและขจัดความทุกข์ได้ และถ้านำมาทำเป็นสร้อยคอสวมใส่จะช่วยทำให้รอดพ้นจากเสน่ห์ยาแฝด อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคหืด โรคนอนไม่หลับ อาการตกเลือดและแผลไฟไหม้ได้

เดือนตุลาคม

เดือนตุลาคม มีโอปอ (opal) เป็นอัญมณีประจำเดือน โอปอเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและความบริสุทธิ์ โอปอมีคุณสมบัติพิเศษคือ  มีการเล่นสีภายในตัวมันเอง และเป็นเหลือบสีประกายรุ้งที่เปลี่ยนสีได้เมื่อหมุนไปในทิศต่างๆ  ชาวโรมันนับถือโอปอเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก และสามารถช่วยให้ผู้สวมใส่พ้นจากโรคภัยได้  ต่อมาในศตวรรษที่ 19 มีความเชื่อว่าในทางกลับกันว่าโอปอเป็นอัญมณีแห่งลางร้ายและความโชคร้าย .ซึ่งมีสาเหตุมาจากนวนิยายเรื่อง Anne of Geierstein ของเซอร์วอลเตอร์ สกอตต์  ต่อมาโอปอก็ได้รับความนิยมอีกครั้งเมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าวิกทอเรียมอบโอปอแก่พระราชธิดาในวันอภิเษกสมรส เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี

เดือนกันยายน

เดือนกันยายน  มีแซปไฟร์ (sapphire) เป็นอัญมณีประจำเดือน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความจริงและความมั่นคง  แซปไฟร์มีสีน้ำเงิน สีเหลือง น้ำเงินปนเขียว เขียว ม่วง ส้ม และไม่มีสี เนื่องจากมีสีสันหลากหลายจึงถูกเรียกว่า “แฟนซี แซปไฟร์”  โดยมีชื่อเฉพาะที่เราได้ยินกันทั่วไป ได้แก่ ไพลิน เขียวส่อง เขียวมรกต เขียวบุษย์ พลอยน้ำบุษย์หรือบุษราคัม บุษย์น้ำแตง นิหล่า และพลอยสตาร์หรือสาแหรก เป็นต้น  แซปไฟร์ในตำรานพรัตน์เป็นรัตนชาติลำดับที่ 5 คือ ”สีหมอกเมฆ นิลกาฬ” มีนิยายเกี่ยวกับแซปไฟร์ว่าใช้เป็นอัญมณีของกษัตริย์เพื่อป้องกันการถูกทำร้ายและดึงดูดความนิยมจากคนอื่น  ชาวเปอร์เชียเรียกแซปไฟร์ว่า “หินที่มาจากฟ้า” เพราะเชื่อว่าโลกวางอยู่บนแซปไฟร์  ในคัมภีร์ศาสนาคริสต์กล่าวว่า บัลลังก์ของเทพเจ้านั้นทำมาจากแซปไฟร์  นอกจากนี้แซปไฟร์ยังถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับเลือด

เดือนสิงหาคม

เดือนสิงหาคม  มีเพริดอต (peridot) เป็นอัญมณีประจำเดือน  มีชื่อเรียกอีกว่า “มรกตยาม-เย็น”  คนโบราณเรียกเพริดอตว่า “พลอยแห่งดวงตะวัน” เพริดอตมีสีเขียวอมเหลืองอ่อนและมีสีปานกลางจนถึงสีเข้ม   มีความเชื่อว่าเพริดอตมีอำนาจขับไล่ภูตผีปีศาจ และทำให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์ทำให้คนหลงใหลได้ นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าเพริดอตสามารถรักษาโรคเกี่ยวกับตับ ท้อง และอาการกระหายน้ำของคนไข้เมื่อวางไว้ใต้ลิ้น ถ้านำมาบดให้เป็นผงละเอียดสามารถช่วยรักษาโรคหืดได้  ในศตวรรษที่ 11 ชาวครูเสดจะพกเพริดอตติดตัวเมื่อยามออกจากบ้าน โดยเชื่อว่าจะทำให้ผู้สวมใส่ซื่อสัตย์สุจริตต่อกันเสมอ

เดือนกรกฎาคม

เดือนกรกฎาคม  มีอัญมณีประจำเดือน คือ ทับทิม (ruby) ซึ่งถือเป็นราชาแห่งหินมีค่าหรือผู้นำแห่งหินมีค่า  ทับทิมเป็นอัญมณีที่มีสีแดงจนถึงสีแดงม่วง  มีความเชื่อว่าทับทิมสามารถรักษาโรคไข้เลือดออก อาการตกเลือด และบาดแผลต่างๆได้ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าทับทิมจะสามารถช่วยผู้ที่เป็นเจ้าของจากการจมน้ำได้อีกด้วย คนอินเดียในสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าใครนำทับทิมไปถวายแก่เทพเจ้า ชาติหน้าจะได้เกิดเป็นกษัตริย์  ในประเทศพม่ามีความเชื่อว่าถ้านำทับทิมไปฝังไว้ใต้ผิวหนังจะสามารถปกป้องคุ้มครองผู้เป็นเจ้าของ หรือถ้านำไปสวมใส่ที่นิ้วชี้และนิ้วก้อยจะทำให้ไม่มีโรคภัยได้

เดือนมิถุนายน

เดือนมิถุนายน  มีอัญมณีประจำเดือนเกิด 3 ชนิด  คือ ไข่มุก  มุกดาหาร (มูนสโตน)    และเจ้าสามสี (อะเลกซานไดรต์)           ไข่มุก (pearl) เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา  แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ไข่มุกธรรมชาติและไข่มุกเลี้ยง ไข่มุกเกิดขึ้นจากเม็ดทรายหรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆ หลุดเข้าไปในตัวหอยมุกทำให้เกิดความระคายเคืองจึงหลั่งน้ำมุกออกมาเคลือบสิ่งแปลกปลอมจนเกิดเป็นความวาวของไข่มุก ไข่มุกมีสีขาว ชมพู เงิน ครีม ทอง เหลือง เขียว น้ำเงิน ม่วง เทา และดำ ขึ้นอยู่กับชนิดของหอยมุก  ในอดีตไข่มุกมีไว้สำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น  ชาวฮินดูนับถือไข่มุกเป็น“อัญมณีแห่งความมั่งคั่งสมบูรณ์”            มุกดาหารหรือมูนสโตน (moonstone) เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ  มีสีขาวจนถึงไม่มีสี กึ่งโปร่งใสจนถึง โปร่งแสง สีสะท้อนแสงจะมีสีอมฟ้าหรือน้ำเงิน  ในประเทศอินเดียเชื่อว่า มูนสโตนจะนำความโชคดีมาให้แก่ผู้สวมใส่ และถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ควรสักการะ           เจ้าสามสีหรืออะเลกซานไดรต์ (alexandrite) เป็นอัญมณีสีดอกตะแบกและสามารถเปลี่ยนสีได้ คือมีสีเขียวเมื่อส่องดูกับแสงแดดหรือแสงฟลูออเรสเซนต์  และมีสีแดงอมม่วง เมื่อส่องดูภายใต้แสงเทียนหรือแสงไฟ  ในประเทศรัสเซีย อะเลกซานไดรต์เป็นที่นิยมของชาวรัสเซีย เนื่องจากมีสีเขียวและสีแดง